ระบบ Open data

ขอเล่าย้อนก่อนว่า เดิมที่บริษัท ไอโอเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ ที่ผมดูแลอยู่นั้นเป็นบริษัทประเภท Software House ซึ่งมีหน้าที่รับงานเขียนโปรแกรม เขียนระบบ ทำแอพฯ ทำเว็บให้ชาวบ้าน เป็นแบบนี้มาประมาณเกือบ 2 ปีที่เราเปิดบริษัทมา จนเรามาถึงจุดที่ว่า เราอยากเริ่มทำนวัตกรรมแล้ว เพราะนั้นคือความตั้งใจของเรา และเราฝันสูงมาก จึงอยากทำองค์กรให้พร้อม ทั้งในด้านกำลังคน และตัวองค์กรเอง ในยุคที่ Digital ไม่ได้แค่ distrup บริษัท Non Tech เท่านั้น บริษัทสาย Tech ถ้าไม่ขยับตามก็มีสิทธิไปไม่ถึงไหนเช่นกัน

ดังนั้น การทำงานเดิมของเราเป็นแบบเหมือนๆบริษัททั่วๆไป จึงไม่พอ เราเลยใช้ Agile เข้ามาบริหารจัดการมีการทำ DevOps ในส่วนของ Engineer จนลามไปถึงทีม Admin ที่ก็ต้องเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งพอเป็นอย่างนี้ เราจึงเริ่มปรับเปลี่ยนในหลายๆส่วน เพื่อให้เป็นพื้นฐานในการเติมโตของบริษัท ในอนาคต เช่น

  1. เริ่มลงทุน เริ่มวิจัยมากขึ้น
  2. สร้างทีมที่พร้อมทั้งทักษะทางสมองและทางใจ
  3. สร้างความมีส่วนร่วมของทีมงาน
  4. ใช้ Data Driven Organization
  5. ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรในหลายๆ ส่วน
  6. สร้างความโปร่งใสในให้องค์กร ซึ่งเป็นส่วนที่เราให้ความสำคัญ
  7. เพิ่มความสุขในการทำงาน
  8. กำหนดให้ทุกวันศุกร์ของเราเป็นวัน Culture Day วันที่เราจะไม่ทำงานลูกค้าแต่เราจะนำมาพัฒนานวัตกรรมของเราแทน

ผมจึงได้คิดนโยบายหลายๆอย่าง เช่นการเพิ่มสวัสดิการในบริษัทฯ ให้พนักงานทำงานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ให้พนักงานสามารถเสนอไอเดียได้ตลอดเวลาโดยที่ผมหรือใครๆ จะต้องไม่ขัดความตั้งใจ มันค่อนข้างทำใจยาก แต่ก็ต้องทำ อีกโครงการอย่าง Sandbox ซึ่งเปิดให้ทีมทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาไอเดียให้เป็นจริงขึ้นมา และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ต้องมีตัวกลางในการทำงาน ผมจึงเริ่มจากการทำโครงการ Open data ขึ้นมา

โครงการ Open data

โครงการนี้จะมามีส่วนช่วยให้เป็นตัวเริ่มต้นและขับเคลื่อนองค์กรในหลายๆ ด้านดังนี้

  1. เป็นพื้นที่กลางให้ทุกคนสามารถตั้งคำถาม และตอบคำถามหรือสนทนาในแต่ละคำถามเป็นประเด็นๆไป ไม่สับสน
  2. แบ่งปันข้อมูลร่วมกัน
  3. เปิดเผยบางเรื่องที่บริษัทไม่เคยเปิดเผยให้พนักงาน เช่นงบประมาณ รายได้ รายจ่าย เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของพนักงาน
  4. ทำให้ทุกคนเก็บทุกอย่างให้เป็น Data ให้มากที่สุด สุดท้ายเราจะได้มีข้อมูลมากพอในการใช้งานในแต่ละอย่างที่เราอยากทำ
  5. เป็นพื้นที่เสนอไอเดีย และโหวตได้เลยในที่เดียว

ในส่วนของการทำระบบนี้นั้น ผมได้มองหา Open source หลายๆประเภทที่น่าจะนำมาใช้ได้ ตั้งแต่ CMS อย่าง WordPress นำมาประยุกต์ ซึ่งสุดท้ายรู้สึกว่ามันเยอะไป แล้วก็ไปลองใช้ Web board, Task management หรือแม้กระทั้งอีเมล์และ Google Drive ซึ่งสุดท้ายผมรู้สึกว่าบางทีก็ยากไป บางทีก็ไม่ตรงประเด็น จนไปเจอซอฟต์แวร์ที่อยู่ในช่วง Beta ตัวนึง ชื่อ Flarum มาจาก Forum หน้าตาดูคลีน ใช้ง่าย แต่ปัญหาคือยังเป็น Beta อยู่และแน่นอน บั๊กรออยู่เพียบ แต่ก็ยังโชคดีที่สุดท้ายมีคนแก้ไว้เยอะเลย เนื่องจากมี Community ค่อนข้างดี เลยเลือกอันนี้มาลองผิดลองถูกอยู่เป็นอาทิตย์ จนตอนนี้สามารถทำได้อย่างที่ต้องการแล้ว ซึ่งคุณสมบัติก็มีดังนี้

https://flarum.org/
  • สามารถโพสต์กระทู้ได้
  • จัดกลุ่มสมาชิกเป็น Role ต่างๆได้ และยังกำหนด Permission ให้แต่ละ Role ได้ด้วย
  • มีระบบ Poll
  • มีระบบ Gamification
  • มีระบบ Vote
  • มีระบบ Comments และ Reply ที่ดีเยี่ยม นึกภาพเหมือนเราใช้ Stackoverflow
  • ใช้ระบบ Tags เพื่อแบ่งแยกกลุ่มของข้อมูล
  • รองรับการทำ Notification และมี Extension เพื่อเชื่อมต่อกับ Slack แจ้งเตือนได้
  • อัพโหลดไฟล์ได้ (ใช้ Extension )
  • พัฒนาต่อไม่ยากเพราะใช้ Laravel ในการพัฒนา
  • ทำ SSO ได้หลายเจ้ามี Extension หมดไม่ว่าจเป็น Facebook, Google, Github หรือแม้แต่ Gitlab และ Twitter
  • สามารถกำหนด Private / Public ได้ทำให้เราสามารถคุยกันเฉพาะในบริษัทหรือเปิดสู่ภายนอกได้ด้วย

อีกหลายๆ อย่างเช่น Dashboard, Web hook และอื่นๆ อีกเยอะแยะไปหมด แถมมีแปลไทยด้วย

ดังที่เล่ามา ก็พอจะเห็นถึงความจำเป็นและเครื่องไม้เครื่องมือที่นำมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาและขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรกันบ้างแล้ว ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน หากสนใจหรืออยากรู้อะไรสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ

Close Menu